ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ.1991 Oasis ยุคแรกเริ่ม มีชื่อวงว่า The Rain ซึ่งประกอบไปด้วย Paul McGuigan (เบส), Paul “Bonehead” Arthurs (กีตาร์), Tony McCarroll (กลอง) และ Chris Hutton (นักร้องนำ) เนื่องจากทางวงไม่ค่อยประทับใจในเสียงร้องของ Chris Hutton จากนั้น Bonehead จึงชวน Liam Gallagher เข้ามาเป็นนักร้องแทน จากนั้นเลียมก็ได้เสนอชื่อวงให้เป็นเป็น Oasis ซึ่งได้แรงบันดานใจมาจากโปสเตอร์ทัวร์ของวง Inspiral Carpets ที่แขวนติดอยู่ในห้องนอนของพี่ชายเขา

วง The Rain ยุค Chris Hutton (คนที่ยกมือ)
Oasis มีการแสดงสดครั้งแรก ในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ.1991 ที่ Boardwalk club ในเมือง Manchester ต่อมา Noel Gallagher พี่ชายของ Liam Gallagher ซึงเป็นช่างเทคนิคของวง Inspiral Carpets ได้กลับมายังบ้านเกิดและได้ไปดูวงของน้องชายเล่น ขณะชมการแสดงสดนั้น เขาได้สัมผัสว่าซาวน์ดนตรีและเสียงร้องของวง Oasis นั่นไม่ธรรมดาน่าสนใจและหากนำเพลงที่เขาได้เคยแต่งไว้ขณะเป็นช่างเทคนิคอาจจะโด่งดังดุจสายฟ้าแล๊บก็เป็นได้ Noel Gallagher ได้เข้าไปคุยกับวง Oasis พร้อมกับข้อเสนอ 2 ข้อ ได้แก่ เขาจะเป็นคนแต่งเพลงทั้งหมดของ Oasis และเขาจะต้องเป็นหัวหน้าวง พูดง่ายๆคือเขาจะคุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จของวง Oasis ต่อมาทางวงของน้องชายก็ตอบรับข้อเสนอ และพร้อมที่จะทำเต็มที่ด้วย

Oasis ยุคแรกเริ่ม
หลังจากนั้น Oasis ในยุคของ Noel Gallagher ก็ได้ฝึกซ้อมอย่างหนักน่วง เล่นสดบ่อยขึ้น และเริ่มทำเพลง Demo ของตน (Live Demonstration tape) ต่อมาในเดือน พฤษภาคม ปี ค.ศ.1993 วง Oasis ได้ให้ความสนใจไปที่ Creation Records ซึ่งเป็นค่ายเพลงของ Alan McGee หลังจากทราบข่าวว่าเขาจะมาชมการแสดงสดที่ King Tut’s Wah Wah Hut club เมือง Glasgow ประเทศ Scotland วง Oasis ได้ถูกเชิญชวนให้ไปเล่นที่นั้นหลังจากได้รับคำแนะนำจากวง Sister Lover หลังจากนั้น Oasis ก็ได้รวบรวมกลุ่มเพื่อนจำนวนมากและจ้างรถตู้ไปที่ กรุง Glasgow ประเทศ Scotland พอไปถึง King Tut’s Wah Wah Hut club ขณะจะเข้าประตูำด้มีการ์ดและผู้ควบคุมมาห้ามไม่ให้เข้าไปในงาน เนื่องจากเช็คดูแล้ววง Oasis ไม่ได้อยู่ในคิวที่จะเล่นในคืนนั้น (คืนที่ Alan McGee มาชมวงดนตรีแสดงสด) เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หนุ่มเลือดร้อนแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ไม่มีทางเลือก จึงให้เพื่อนชายชกันต์ที่ติดตามมาด้วยล้อมรอบ และข่มขู่การ์ดและผู้ควบคุม สุดท้ายทีมงานที่นั้นยอมให้แสดงต่อ Alan McGee แล้วก็เป็นไปตามคาด Alan McGee ประทับใจวง Oasis และ สุดท้ายก็ได้เซ็นต์สัญญา

Alan McGee แห่ง Creation Records
Single แรกของพวกเขาได้ปล่อยในเดือนเมษายนปี 1994 เพลง Supersonic เพลงนี้สามารถใต่เข้าไปติดอันดับ 31 ในชาร์ต ด้วยเนื้อหาเพลงที่แปลกๆ งง ๆ จึงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักวิจารณ์ ต่อมาได้ปล่อย Single สอง Shakermaker เพลงนี้เป็นเหตุให้ Oasis ต้องจ่ายค่าปรับถึง 500,000 $ เลยเนื่องจากโดนข้อหาละเมิดลิชสิทธิ์ของเพลง I’d Like to Teach the World to Sing แต่ถึงยังไงเพลงนี้ก็ฮิตและเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลง ต่อมา 1 เดือนก่อนจะเปิดตัวอัลบั้ม Definitely Maybe ได้มีการปล่อยเพลง Live Forever และได้ฮิตติดชาร์ต Top-10 ของ UK charts ถัดมาอีก 1 เดือน วันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ.1994 ก็ได้มีการเปิดตัวอัลบั้ม Definitely Maybe อย่างเป็นทางการ ยอดขายถล่มทลาย ขายได้ทั้งหมดมากกว่า 7 ล้าน copy จัดได้ว่าเป็นอัลบั้มเปิดตัวศิลปินที่มีการซื้อเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ในสหราชอาณาจักร

อัลบั้ม Definitely Maybe
รายชื่อเพลงในอัลบั้ม Definitely Maybe
- Rock ‘n’ Roll Star
- Shakermaker
- Live Forever
- Up in the Sky
- Columbia
- Supersonic
- Bring It On Down
- Cigarettes & Alcohol
- Digsy’s Dinner
- Slide Away
- Married with Children
หลังจากที่ Oasis โด่งดังเป็นพลุแตกในเกาะอังกฤษ ก็ได้ตัดสินใจบุกตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มแสดงทัวร์ที่ Los Angeles ผลตอบรับในขณะนั้นค่อนข้างย่ำแย่ ราวกับหนังคนละม้วนกับตอนที่อยู่อังกฤษ สถานการณ์ในวงดูตรึงเครียสมาก Noel Gallagher ได้ทะเลาะกับ Liam Gallagher จนถึงขั้นขอลาออกจากวงกลางคันขณะทัวร์คอนเสิร์ต เขาจึงตัดสินใจขับรถไปในเมืองหลวง เข้าไปในบาร์แห่งหนึ่ง และได้พบกับ Philadelphia หญิงสาวที่เข้ามาปลอบยามที่เขากำลังอยู่ในช่วงที่ท้อแท้กับชีวิต ทั้งสองได้ไปเดินคุยปรับทุกข์ที่สวนสาธารณะ Philadelphia ดูแล Noel Gallagher เป็นอย่างดี จะเขาเริ่มคิดได้แล้วจึงกลับไปรวมวง Oasis พร้อมกับร่วมแสดงจนจบทัวร์ เพลง Talk Tonight มีที่มาจาก Philadelphia นั่นเอง

เพลง Talk Tonight
