Electric Guitar History

กำเนิดกีตาร์ไฟฟ้า

      ประวัติศาสตร์ของกีตาร์ไฟฟ้าเริ่มจาก ลอยด์ เลาร์ (Lloyd Loar) วิศวกรบริษัทกีตาร์กิปสัน (Gibson Guitar) ได้ทำการทดลองอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียงและขับเคลื่อนด้วยกระแสไฟฟ้า ในปี ค.ศ. 1920 ยกตัวอย่างเช่น  กล่องเพลง (Music Box) และได้เริ่มต้นพัฒนาการเคลื่อนที่ของเครื่องดนตรีที่ใช้เครื่องขยายเสียงโดยพัฒนามาจากอุตสาหกรรมวิทยุ

ลอยด์ เลาร์ (Lloyd Loar)
ลอยด์ เลาร์ (Lloyd Loar)

      ประวัติศาสตร์ของกีตาร์ไฟฟ้าเริ่มจาก ลอยด์ เลาร์ (Lloyd Loar) วิศวกรบริษัทกีตาร์กิปสัน (Gibson Guitar) ได้ทำการทดลองอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียงและขับเคลื่อนด้วยกระแสไฟฟ้า ในปี ค.ศ. 1920 ยกตัวอย่างเช่น  กล่องเพลง (Music Box) และได้เริ่มต้นพัฒนาการเคลื่อนที่ของเครื่องดนตรีที่ใช้เครื่องขยายเสียงโดยพัฒนามาจากอุตสาหกรรมวิทยุ


      ในปี ค.ศ.1930 เอดอฟ ริกเค่นแบ็กเกอร์ (Adolph  Rickenbacker) และ จอร์จ บัวแชมป์ (George Beauchamp) ได้พัฒนากีตาร์ไฟฟ้ารุ่นฟลายอิ้ง แพน (Flying Pan) หรือแพนเค้กกีตาร์ (The Pancake Guitar) ร่วมกัน โดยกีตาร์ไฟฟ้ารุ่นนี้ได้พัฒนามาจากต้นแบบปิ๊กอัพเพื่อให้กีตาร์มีเสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุด การพัฒนาในช่วงแรกพบว่ามีสัญญาณเสียงเบาเกินไป จึงพัฒนาระบบปิ๊กอัพที่ทำให้สัญญาณการสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นจนได้ระดับเสียงที่ต้องการ จากนั้นทั้งสองก็ได้จดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1936 และตั้งบริษัทอิเล็กโทร สตริง อินสตรูเมนท์ (Electro String Instrument) เพื่อผลิตกีตาร์ไฟฟ้า ฉะนั้นฟลายอิ้ง แพน จึงเป็นกีตาร์ต้นแบบของกีตาร์ไฟฟ้าที่มีเสียงที่แตกต่างจากกีตาร์อคุสติก

rickenbacker-and-beauchamp
เอดอฟ ริกเค่นแบ็กเกอร์ (Adolph Rickenbacker) และ จอร์จ บัวแชมป์ (George Beauchamp) กับกีตาร์ไฟฟ้ารุ่นฟลายอิ้ง แพน (Flying Pan)

      ปี ค.ศ.1932 แกก เบลเวอร์ (Gage Brewer) ได้มีการบันทึกเกี่ยวกับนักดนตรีที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้า โดยใช้กีตาร์ฮาวาย  (Hawaii Guitar) และใช้กีตาร์มาตรฐานแบบอิเล็กทริกสเปนิช  (Electric Spanish) ของ จอร์จ  บัวแชมป์ นอกจากนี้ยังเขียนบทความเกี่ยวกับกีตาร์ในวิชิตา เบียร์โค (Wichita Beaco)  เมื่อ 2 ตุลาคม ค.ศ.1932  และจัดการแสดงในเดือนนั้นด้วย ในปี ค.ศ.1933 มีการบันทึกเสียงครั้งแรกโดยการนำกีตาร์ไฟฟ้าแบบฮาวายโดย บอปดูนน์ (Bob Dunn)  ในงานของ มิลตั้นบลาวน์ (Milton Brown) ในเดือนมกราคม ปีค.ศ.1935 บลาวน์แนะนำการเล่นกีตาร์ฮาวายแบบสวิง (Swing) ตามฉบับของตะวันตก สำหรับการบันทึกเสียงที่ชื่อว่า เดกกา  (Decca)  ได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจากแจ๊สและบลูส์

แกก เบลเวอร์ (Gage Brewer) เล่นกีตาร์ไฟฟ้าฮาวาย
แกก เบลเวอร์ (Gage Brewer) เล่นกีตาร์ไฟฟ้าฮาวาย

      ในปี 1936 จอร์จ  บาร์เนส  (George Barnes) ใช้กีตาร์ไฟฟ้าฮาวายบันทึกเสียง 2 เพลงชื่อผลงาน คือ สวีตฮาร์ด แลนด์  (Sweetheart Land) และ อิตส์อะโลว์ ดาวน์เดอร์ตี้เชม (it’s a Low Down Dirty Shame)


      ในปี ค.ศ.1936 บริษัทกิ๊ปสันได้นำเสนอกีตาร์ไฟฟ้าแบบสเปนิช รุ่น ES-150 ซึ่งได้รูปแบบมาจาก กีตาร์สติล  (Steel guitar) แบนโจ  (Banjo) และแมนโดลิน  (Mandolin) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กีตาร์ไฟฟ้าของกิปสันรุ่นแรก  มีลักษณะเป็นกีตาร์แบบซิงเกิล คอยล์ (Single Coil) ออกแบบโดยวอลท์ฟูลเลอร์ (Walt Fuller) กีตาร์รุ่นนี้รู้จักกันในชื่อว่า  กีตาร์ชาลี  คริสเตียน  ที่เป็นผู้ใช้กีตาร์รุ่น ES-150 เล่นแจ๊สจนได้รับความนิยมในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้นักกีตาร์ได้นำกีตาร์ไฟฟ้ารุ่น ES-150 ใช้สำหรับงานบันทึกเสียง เช่น

  • แจ๊ค มิลเลอร์ (Jack Miller) ผลงานชื่อ ออวิลแนปป์  ออร์เคสตร้า (Oville Knapp Orchestra)
  • ออวิโน  เรย์ ผลงานชื่อ ฟิลสปิตอลนี ออร์เคสตร้า (Phil Spitoney Orchestra)
  • เลสสพอล ผลงานชื่อ เฟรด วอร์นิ่ง ออร์เคสตร้า  (Fred Waring Orchestra)
  • แดนนี่  สจ๊วด  (Danny Stewant) ผลงานชื่อ แอนตี้โลน่า  ออร์เคสตร้า  (Andy lona Orchestra)
  • จอร์จ  บาร์เนส  (George Barnes) ผลงานชื่อ อันเดอร์  เมนี่  เอเลียสส์  (under many aliases)
  • โลนี่  จอนสัน  (Lannie Johnson) ผลงานชื่อ ฟลอยด์  สมิต  บิก บิล โบรนซี่  (Floyd Smith, Big Bill Broonzy)
  • ทีโบนวอล์กเกอร์ (T-Bone Walker) จอร์จ ฟาน เอปซ์ (Gearge Van Eps) และ ชาร์ลีย์คริสเตียน  (Charlie Christian) ผลงานชื่อ เบ็นนี่ กูดแมน ออร์เคสตร้า  (Benny Goodman Orchestra)
  • แทมปา เรด (Tampa Red) ผลงานชื่อ เมมฟิสมินนี่ย์และอาร์เธอร์ ครูดับ (Memphis Minniwและ Arthur Crudup)
gibson-es-150
Gibson ES-150 ปี 1936

      ในการพัฒนากีตาร์มีมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักกีตาร์ต้องการกีตาร์ที่ตอบสนองในการเล่นของตนจะต้องพัฒนารูปแบบให้ได้ตามความต้องการ เช่น เลสพอล (Les Paul) เป็นนักกีตาร์ที่ได้พัฒนารูปแบบของกีตาร์ เนื่องจากไม่พึงพอใจเกี่ยวกับกีตาร์อคูสติกไฟฟ้า พอลจึงเริ่มออกแบบกีตาร์ด้วยตนเองพอลได้สร้างเดอะล็อก (The Log) ด้วยไม้หลังขนาด 4×4 ประกอบด้วย สะพาน คอกีตาร์ สายและพิคอัพ พอลได้ติด ส่วนตัวที่เป็นโพรงแบ่งครึ่งต่อด้านข้าง และได้เลื่อนเอาความกว้างและความยาวออกให้ได้สัดส่วนขนาดกลาง และพบว่ามีปัญหาที่จะต้องแก้ไข 2 ประการ คือ

  1. การสะท้อนกลับของเสียง เนื่องจากกล่องเสียงที่มีขนาดสั้นจึงทำให้มีผลต่อการขยายของเสียง
  2. ซัสเทน  (Sustain) เนื่องจากแหล่งกำเนิดเสียงจากสายกีตาร์ไม่กระจายความถี่ของเสียงสู่ตัวกีตาร์ พอลจึงใช้เวลาในการปรับปรุงพัฒนาจะกระทั่งได้รู้แบบที่ต้องการจึงเกิดเป็นต้นแบบ (Model) ของกิปสัน
Les Paul ผู้พัฒนารูปทรงกีตาร์ที่เป็นต้นแบบของ Gibson
Les Paul ผู้พัฒนารูปทรงกีตาร์ที่เป็นต้นแบบของ Gibson

      ในต้นปี ค.ศ.1940 นักประดิษฐ์ชาวแคลิฟอเนีย  ชื่อว่า ลีโอ เฟนเดอร์ (Leo Fender)  ได้ประดิษฐ์กีตาร์และเครื่องขยายเสียงในร้านซ่อมวิทยุตนเอง จึงได้สร้างเครื่องขยายเสียงในขณะนั้นกีตาร์ยังไม่มีปุ่มต่างๆ ที่ใช้ในการควบคุมเหมือนปัจจุบัน เฟนเดอร์ได้ผลิตกีตาร์แบบมีปุ่มควบคุมเสียงเบาดังและทุ้ม แหลม จึงเป็นต้นแบบให้กับกีตาร์ไฟฟ้ายุคใหม่ นอกจากนั้นเฟนเดอร์ได้พัฒนาดัดแปลงกีตาร์โปร่งให้สามารถใช้กับเครื่องขยายเสียงได้ ซึ่งประสบความสำเร็จในปี ค.ศ.1948 ได้กีตาร์ชื่อว่าเทเลคาสเตอร์ (Telecaster) ที่มาจากชื่อเดิมที่เรียกคือ บอรดคาสเตอร์ (Broadcaster) ส่วนคำว่า เทเล (Tele) เป็นที่คำที่เรียกติดปากกัน เทเลคาสเตอรจึงถือว่าเป็นกีตาร์ไฟฟ้าในรูปทรงตันทรงสแปนนิชรุ่นแรกที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในปัจจุบัน

Leo Fender ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องดนตรีไฟฟ้าเฟนเดอร์
Leo Fender ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องดนตรีไฟฟ้าเฟนเดอร์

ร่วมแสดงความคิดเห็น